เป็นใบรับรองที่ออกโดยหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ในประเทศนั้น ๆ ว่าสินค้าตามที่ระบุมีกำเนิดหรือผ่านกระบวนการผลิตในประเทศของตน  โดยส่วนใหญ่ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้ามีวัตถุประสงค์เพื่อขอลดภาษีนำเข้า  เช่น  ประเทศพัฒนาแล้วได้ตกลงลดภาษีนำเข้าแก่สินค้าที่สำคัญของประเทศกำลังพัฒนา  โดยจะต้องมีใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าจากประเทศกำลังพัฒนานั้น ๆ ว่า สินค้านั้นเป็นสินค้าที่ผ่านการผลิตในประเทศ กำลังพัฒนานั้นเป็นส่วนใหญ่  สำหรับประเทศไทย  หน่วยงานที่ทำหน้าที่ออกใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า คือ  สำนักบริการการค้าต่างประเทศ  กรมการค้าต่างประเทศ  กระทรวงพาณิชย์ เป็นหน่วยงานให้บริการออกหนังสืออนุญาตและหนังสือรับรองการนำเข้าและส่งออกสินค้าและหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า  โดยมีลักษณะการให้บริการในระบบเบ็ดเสร็จครบวงจรในจุดเดียว  (One – Stop Service)

 

วิธีปฏิบัติในการขอหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า Form C/O ทั่วไป

1.  การขอหนังสือรับรอง C/O ทั่วไป

-  ผู้ส่งออกยื่นคำขอหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า แบบ C/O ทั่วไป พร้อมแบบฟอร์ม C/O ที่พิมพ์ข้อความครบถ้วน ถูกต้องต่อสำนักบริการการค้าต่างประเทศ

2.  เอกสารประกอบการยื่นขอ Form C/O ทั่วไป

-  ใบกำกับสินค้า (Commercial Invoice)

-  ใบตราสั่งสินค้า (Bill of Lading – B/L) หรือใบรับส่งสินค้าทางอากาศ (Air Waybill) หรือเอกสาร แสดงการขนส่งสินค้าอื่น ๆ

หมายเหตุ

-  สำเนาเอกสารให้ผู้มีอำนาจลงนาม ประทับตรารับรองความถูกต้อง

3.  การพิมพ์ข้อความในหนังสือรับรอง Form C/O ทั่วไป

ช่อง Exporter ระบุชื่อ ที่อยู่ ประเทศของผู้ส่งออก ซึ่งจะต้องถูกต้องตรงกันกับเอกสารที่ยื่นประกอบ กรณีที่ต้องระบุทั้งชื่อผู้ส่งออก และตามด้วย C/O (Care of) หรือ O/B (on behalf of) ชื่อที่อยู่ ประเทศของผู้ทำการแทน หรือผู้ยินยอม

ช่อง Consignee ระบุชื่อ ที่อยู่ ประเทศของผู้รับปลายทางหรือผู้ซื้อ

ช่อง Country of Destination of Goods ระบุชื่อประเทศปลายทาง

ช่อง Date of Shipment และ Mode of Transport ระบุวัน เดือน ปี ที่ส่งออกตามใบตราส่งสินค้า และทำเครื่องหมาย X เลือกเส้นทางขนส่งในช่อง Mode of Transport

ช่อง Vessel / Flight No. ระบุชื่อ และหมายเลขของเรือสินค้าหรือเที่ยวบิน

ช่อง Place of Departure ระบุท่าเรือที่ขนสินค้าลงเรือ

ช่อง Shipping Mark ระบุรายละเอียด เครื่องหมายบนหีบห่อของสินค้า ถ้าปรากฏเครื่องหมายยาวมากไม่อาจระบุได้หมด ให้ระบุมาเพียง 2-3 บรรทัดแรก แล้วต่อด้วย Details as per B/L หรือ AWB No. … Dated … ในกรณีที่ไม่มีเครื่องหมายบนหีบห่อให้ระบุคำว่า Address หรือ No Mark

ช่อง Description of Goods ระบุชนิดของสินค้าและจำนวนหีบห่อ ข้อความอื่น ๆ อาทิ คุณภาพของสินค้า ราคา ระเบียบการนำเข้า ฯลฯ มิให้ระบุ การกรอกข้อความมิให้เว้นบรรทัด เมื่อจบรายการสินค้าแต่ละรายการแล้ว หากปรากฏว่ายังมีช่องว่างในบรรทัดนี้ ให้พิมพ์เครื่องหมายดอกจัน (****) ปิดท้ายไว้ และเมื่อจบรายการสินค้าทั้งหมดแล้วให้ขีดเส้นใต้ปิดข้อความบรรทัดสุดท้าย พร้อมทั้งเส้นทแยงมุมช่องว่างส่วนที่เหลือ

ช่อง Gross Weight ระบุน้ำหนัก G.W. หรือปริมาณอื่น ๆ ของสินค้าที่ส่งออก

ช่อง Invoice date & No. ระบุเลขที่ และวันเดือนปีของ Invoice

หมายเหตุ สำหรับช่อง Reference No., Supplementary details และ Authorized signature ให้ว่างไว้สำหรับเจ้าหน้าที่

 

 

 

ที่มา:

ความรู้เบื้องต้นในการประกอบธุรกิจส่งออก. (2548). กรุงเทพฯ: ศูนย์สารเทศการค้าระหว่างประเทศ ส่วนบริการข้อมูล. สืบค้นเมื่อ 3 กรกฎาคม 2554 จากhttp://www.depthai.go.th